คลิบขำๆ

ประวัติแมวไทย

                        แมวไทย คือ   แมวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย คุณสมบัติที่ทำให้แมวไทยเหนือกว่าแมวชนิดอื่น คือ อุปนิสัย แมวไทยมีความฉลาด มีความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักคิด รู้จักประจบ รักบ้าน รักเจ้าของ และเหนืออื่นใด คือ รักความอิสระของตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ อิสระที่ จะกิน จะดื่ม หรือจะไปไหนตามที่ใจชอบ ซึ่งถือว่าเป็นบุคลิกประจำตัวที่ทำให้แตกต่างจากแมวพันธุ์อื่น สีสันตามตัวของแมวไทย เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักรักแมวรู้สึกสุขใจยามได้มอง ไม่ว่าจะเป็น วิเชียรมาศ เก้าแต้ม ขาวมณีหรือขาวปลอด นิลรัตน์หรือดำปลอด ศุภลักษณ์หรือ ทองแดง สีสวาดหรือแมวไทยพันธุ์โคราช ต่างล้วนได้รับความสนใจ จากเจ้าของและผู้สนใจทั้งสิ้น

เมื่อปี พ.ศ. 2427 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานแมววิเชียรมาศคู่หนึ่งให้แก่ กงสุลอังกฤษชื่อนาย โอเวน กูลด์ (Owen Gould) แมวไทยคู่นี้ชนะการประกวดแมวที่ กรุงลอนดอน และทำให้ชาวอังกฤษนิยมเลี้ยงแมวไทยมากขึ้น ในที่สุดก็แพร่หลายไปทั่วโลก และแมววิเชียรมาศก็เป็นที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า “Siamese Cat” หรือแมวสยาม นับแต่สมัยกรุงธนบุรีเป็นต้นมา จวบจนถึง สมัยรัชกาลที่ 5 ลาวได้อพยพสู่สยามโดยการกวาดต้อนครัวเรือนชาวลาวไปสยามจำนวนมาก พวกสัตว์ประเภทต่างๆก็คงได้อพยพไปด้วย แมวไทยอาจมีสายเลือดแมวลาวปนอยู่ด้วยอย่างมาก

 

สายพันธุ์แมวไทย

          1. แมวสีสวาด  (โคราช)  ในตำราแมวไทย เรียกแมวสีสวาดว่าแมวมาเลศ หรือ ดอกเลา มีถิ่นกำเนิดที่โคราช จ.นครราชสีมา ซึ่งชาวโคราชให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะในงานพิธีสำคัญๆ เช่น พิธีแห่นางแมว เลือกเอาแมวสีสวาดเพราะว่าสีของ แมวสีสวาด เหมือนกับท้องฟ้าจมผ่าน เมฆฝนตอนฟ้าครึ้ม ชาวโคราชจะถือว่าแมวสีสวาดเป็นแมวแห่งโชคลาภเป็นแมวทำโชค เนื่องจากปลายขนจะมีสีบรอน หมายถึงทรัพย์สินเงินทอง และนำมาซึ่งความสุขสวัสดิ มงคลแก่ผู้เลี้ยง สีมีลักษณะเหมือนกับพืชและผลไม้ มีชื่อว่า สวาดจะมีสีเทาอมเขียว ตาเปลี่ยนไปตามอายุตอนเป็นลูกแมวตาจะมีสีฟ้าแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม เมื่อโตขึ้น และจะเปลี่ยนเป็นสีสดใสเมื่อโตเต็มที่ตาจะมีอยู่ 2 สี สีเขียวมรกต หมายถึง ความอุดมของพืชพันธุ์ธัญญาหาญ และสีทองหรือทองคำ หมายถึง รวงข้าวตอนแก่ ส่วนหน้าตาของแมวสีสวาดคล้ายกับรูปหัวใจ คนในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า แมวสีสวาดเป็นแมวนำโชคลาภของคนโคราช และคนเลี้ยงทั่วๆไป จะนำมาซึ่งความสุขสวัสดิมงคลแก่ผู้เลี้ยง แมวสีสวาดเคยประกวด ชนะเลิศในระดับโลกมาแล้วในปี 2503 อเมริกา เป็นแมวตัวเมียชื่อว่าสุนัน และเป็นที่นิยม ของชาวต่างประเทศมาก จึงนับว่าแมวไทยได้ทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศเป็นอันมาก

 

 

 

          2. แมววิเชียรมาส ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าแมววิเชียรมาส เป็นแมวที่เลี้ยงกันเฉพาะในวัง หรือตามบ้าน เจ้าขุนมูลนายเท่านั้น และคนโบราณยังเชื่อว่าถ้าใครเลี้ยงแมววิเชียรมาสจะพบกับทรัพย์ สมบัติมากมาย แมววิเชียรมาสเป็นแมวพันธุ์แรกที่คนต่างชาติรู้จัก ชาวต่างประเทศ จะเรียกว่า ไซบิสแคท คือ แมววิเชียรมาสอย่างเดียว และบางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็น แมวเก้าแต้ม แต่ไม่ใช่ เหตุที่เรียกว่าแมวเก้าแต้ม ก็เพราะว่าลักษณะที่ตัวจะมีสีชาหรือ สีอ่อนๆ หรือสีน้ำตาลอ่อน และที่อวัยวะ 8 แห่ง หรือ 9 แห่ง จะมีสีเข้มเป็นสีน้ำตาลแก่ หรือน้ำตาลไหม้ มีหู 2 ที่ขา 4 และที่หาง 1 ที่หน้า 1 ในตำรามีแค่ 8 แห่ง แต่ปัจจุบันนี้ เพิ่มอีก 1 แห่งตรงอวัยวะเพศไม่ว่าตัวผู้หรือตัวเมียก็เลยเป็น 9 แห่ง คนทั่วไปเลยอาจจะ เรียกว่าแมวเก้าแต้ม ตา ของวิเชียรมาส จะเป็นตาสีฟ้าสดใสน สียิ่งเข้มยิ่งดี ตาจะไม่เปลี่ยนไปตามวัย ขน จะเปลี่ยนไปตามวัยตอนคลอดเกิดมาใหม่ๆ ขนจะเป็นสีขาว พอไดสัก 1 สัปดาห์ ขอบหูจะเริ่มเป็นสีดำ พอต่อมาขากับหางจะมีสีเข้มขึ้น ตัวจากสีขาวจะเริ่มออกเป็นสีนวล พออายุตั้งแต่ 5 เดือนถึง 1 ขวบ มันจะอยู่ในวันที่สวยที่สุด ในการประกวด แมววิเชียรมาสที่มีอายุมากจะสู้ตัวที่มีอายุน้อยๆไม่ได้ คือ ช่วง 7 เดือนขึ้นไปจะสวยมาก พอแมวอายุสัก 1-2 ปี แมวจะเปลี่ยนขนใหม่จากเป็นสีเข้มจะกลับมา เป็นสีนวลสวยเหมือนตอนแรกๆอีกครั้งในปี พ.ศ.2428 แมววิเชียรมาศก็ไปประกวด ที่ต่างประเทศในรัชกาลที่ 5 ทรงให้แมววิเชียรมาสเป็นของขวัญแก่กงศุลชาวอังกฤษ และได้ให้แมวแก่น้องสาวในงานเลี้ยง พออีก 1 ปีก็ได้มีการประกวดแมวที่ซีซ่าพาเลซ ผลการประกวดแมววิเชียรมาสได้ที่ 1 หลังจากนั้นชาวต่างประเทศก็ได้รู้จัก แมววิเชียรมาส ว่าเป็นแมวของไทย

 

 

         3. แมวขาวมณี ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีหลักฐานยืนยันว่า แมวขาวมณีนั้นเป็นแมวไทย หลักฐานจะมี ภาพตามโบสถ์ของวัดต่างๆ เช่น วัดทองนพคุณ เป็นต้น แมวขาวมณีเรียกอีกอย่างว่า แมวขาวปลอด คือขาวทั้งตัว และจะมีลักษณะพิเศษ คือดวงตาจะมีอยู่ 3 สี บางตัวมีสีฟ้าทั้ง 2 ข้าง บางตัวจะมีสีเหลืองทั้งสองข้างบางตัวก็จะมีสีเหลืองอำพันอยู่ข้างหนึ่ง เรียกว่า ขาวมณีตา 2 สี บางตัวที่มีตา 2 สี ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะเด่น และมีคนต้องการแมวตา 2 สีมากกว่าสีเดียวเพราะหายากกว่าแมวตาสีเดียว

 

 

          4. แมวศุภลักษณ์ หรือเรียกอีกอย่างว่าแมวทองแดง ขนมีสีน้ำตาล หรือสีสนิมเหล็ก หรือต้องเป็น น้ำตาลอมแดงสว่างๆ หนวดจะต้องเหมือนสันลวดทองแดง แมวศุภลักษณ์แปลว่า ลักษณะดีมีรูปร่างที่สวยงามสมกับชื่อ ตัวจะยาวหางยาวปราดเปรียว ตา เป็นตาสีเหลืองหรือสีเหลืองอมฟ้า แต่จะสู้เหลืองอำพันไม่ได้ และชาวต่างชาติ คิดว่าแมวศุภลักษณ์เป็นแมวของประเทศพม่า แต่จริงๆแล้ว แมวศุภลักษณ์เป็นแมวของประเทศไทย แต่แมวของพม่าอาจจะมีลักษณะคล้าย กับแมวศุภลักษณ์ของไทยก็อาจเป็นได้ ชาวต่างชาติจึงเข้าใจผิดเรียกชื่อแมวศุภลักษณ์ ของไทยว่า เบอร์มีสแคท หรือแมวพม่าแมวศุภลักษณ์ในปัจจุบันเป็นแมวที่หายากมาก ในการประกวดแต่ละครั้ง มีจำนวนน้อยมากและเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ ตามตำราคนโบราณเชื่อว่า “ถ้าใครเลี้ยงไว้จะได้ยศถายิ่งพันพรรณาเป็นที่อำมาตย์มนตรี” ในปัจจุบันนี้แมวศุภลักษณ์หายากมากถ้าใครพบเห็นรีบเลี้ยงไว้เถิดเพราะเป็นแมวที่มีค่ามาก

 

 

 

 

          5. แมวโกญจา ที่เรียกกันอีกชื่อว่า แมวดำปลอด บางคนเรียกว่าดำมงคล สีดำทั้งตัว มีตาเป็นสีเหลือง อำพัน เหมือนสีดอกบวบแรกแย้มหรือสีเหลืองนั่นเอง ลักษณะท่าทาง สง่าเหมือนสิงโต เป็นที่น่าเกรงขามแมวโกญจาดูตามความหมายแล้วแปลว่านกกระเรียน อีกอย่างหนึ่งแปลว่า เสียงดังกึกก้องกังวาลเวลาร้องขน แมวโกญจาจะต้องเป็นขนสั้นบางเป็นระเบียบเรียบร้อยปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเรียกแมวโกญจาว่าแมวนิลรัตน์ เพราะว่ามีสีดำคล้ายกัน แมวนิลรัตน์นั้นลักษณะสีจะต้องมีดำทุกอย่าง แต่ปัจจุบันนี้ จะดำไม่หมดทุกอย่าง ซี่งเป็นแมว ที่หาได้ง่ายมากที่สุดกว่าทุกสายพันธุ์ที่เหลืออยู่ ราคาไม่แพงเพราะว่าคนไม่นิยมที่จะเลี้ยง เนื่องจากจะสร้างภาพพจน์ให้กับแมวดำว่าเป็นแมวผี ตามตำราคนโบราณ เชื่อว่า “แมวนี้ถ้าเลี้ยงดีจะมีคุณหนังหนาจงเร่งหามาอย่าแคลงสงสัย”

 

 

          6. แมวแซมเสวตร ลักษณะของแมวแซมเสวตรมีสีดำแซมด้วยสีขาวคู่ทั่วทั้งตัวตา สีเหลืองอมเขียว เหมือน กับแสงหิ่งห้อยสีเหลืองอ่อน แมวแซมเสวตรเป็นแมวถูกค้นหาจนพบ และนำมา ผสมพันธุ์เพื่อให้ออกมาเป็นแมวแซมเสวตรที่มีสายเลือด เหมือนในสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้มีคนผสมพันธุ์แมวแซมเสวตรขึ้นมาที่เป็นอยู่เพียงไม่กี่ตัวในประเทศไทย และอีกอย่าง หนึ่งที่เป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับคนไทยทุกคนคือ แมวแซมเสวตรเป็นแมวที่ชาวต่างชาติ ยังไม่รู้จักไม่เคยเห็นและยัง ไม่ได้เอาของเราไปจดลิขสิทธิ์ว่าเป็นแมวของ คนต่างชาติ และเราก็จะจดทะเบียนแมวแซมเสวตรให้เป็นของไทยเราในเร็วๆนี้กับทางชมรมคนรักแมวสยามที่จะเปลี่ยนจากชมรมมาเป็นสมาคมคนรักแมวสยาม

 

ลักษณะแมวดีให้คุณ 17 ชนิด

 

1. แมวมาเลศ เรียกอีกชื่อว่าแมวดอกเลา ลำตัวมีสีขี้เถ้าหรือสีสวาด บางตัวอาจมีขาวแซมกลายเป็นสีดอกเลา (สีคล้ายเมฆก่อนฝนตก) มีดวงตาสีเหลืองอำพัน เลี้ยงไว้จะมีความสุข เป็นที่รักใคร

 

่ 2. แมวศุภลักษณ์ เรียกอีกชื่อว่าแมวทองแดง มีสีทองแดงหรือน้ำตาลแดงเข้มทั่วตัว ดวงตาสีเหลืองใสเป็นประกาย ผู้ใดเลี้ยงไว้มีแต่จะเพิ่มยศยิ่งขึ้นไป

 

 
3. แมววิเชียรมาศ สีพื้นเป็นสีขาวหม่น และมีแต้มสีดำ (ที่จริงคือน้ำตาลเข้มมาก) ที่หน้า หาง เท้าทั้ง4 หูทั้ง2 และอวัยวะเพศด้วย รวมเป็นเก้าแห่ง (ในโคลงกลอนบอก 8 เพราะไม่รวมแต้มที่อวัยวะเพศ) ดวงตาสีฟ้าสด เลี้ยงไว้จะนำโชคลาภมาให้

 

 
4. แมวแซมเศวต มีขนสีดำแซมสีขาวเล็กน้อย ขนบางและสั้น ร่างเพรียว ดวงตาสีเขียว มีคุณด้านใดไม่ได้บอกไว้

 

 

 
5. แมวนิลรัตน์ สีดำสนิททั้งตัวไม่ว่าจะเป็นขน ตา เล็บ ลิ้น ฟัน หางเรียว เลี้ยงไว้จะได้ทรัพย์สินเงินทอง

 

 
6. แมวสิงหเสพย์ มีขนสีดำ แต่มีด่างชาวที่จมูก รอบปากและรอบคอ ดวงตาสีเหลืองทอง เลี้ยงไว้จะได้ทรัพย์สินเงินทอง และจะมีสุข

 

7. แมวเก้าแต้ม สีพื้นสีขาวแต้มด้วยสีดำนับรวมทั้งหมด 9 แต้ม เลี้ยงไว้ค้าขายดี เจริญรุ่งเรือง

 

 
8. แมววิลาศ สีพื้นสีดำ มีแต้มสีขาวที่หูทั้ง 2 เท้าทั้ง 4 แต้มเป็นเส้นตรง 2 แห่งคือ ตั้งแต่คอถึงปลายหาง และตั้งแต่ปากล่างถึงท้อง เลี้ยงไว้จะได้ยศถาบรรดาศักดิ์และทรัพย์สิน

 

 
9. แมวรัตนกำพล สีขาวนวล มีแต้มสีดำเป็นวงแหวนพาดรัดรอบลำตัว ตาสีทอง เลี้ยงไว้จะได้อำนาจ ยศถาบรรดาศักดิ์

 
10. แมวกรอบแว่นหรืออานม้า สีพื้นสีชาวแต่มีแต้มสีดำกลางหลัง ดูแล้วคล้ายอานม้า และแต้มดำบริเวณรอบดวงตาเหมือนใส่แว่น เลี้ยงไว้จะมีชื่อเสียง แต่หาได้ยาก

 
11. แมวมุลิลา สีพื้นสีดำ แต้มขาวที่หูทั้ง 2 ข้าง ดวงตาสีเหลือง พระสงฆ์ควรเลี้ยง จะทำให้ศึกษาเรียนรู้ธรรมได้ดียิ่งขึ้น

 

 
12. แมวนิลจักร สีพื้นเป็นสีดำ มีแต้มสีขาวรอบคอเหมือนใส่สร้อย เลี้ยงไว้จะได้เงินทองทรัพย์สิน

 
13. แมวกระจอก ลำตัวอ้วนกลม สีพื้นสีดำมีแต้มขาวเฉพาะบริเวณปาก ดวงตาสีเหลืองทอง เลี้ยงไว้จะได้ทั้งเงินทองและยศถาบรรดาศักดิ์

 

 
14. แมวปัดเศวตหรือปัดตลอด สีพื้นสีดำ มีแต้มขาวยาวตั้งแต่ปลายจมูก ผ่านหลังไปถึงปลายหาง ดวงตาสีบุษราคัม (พลอยสีเหลือง) เลี้ยงไว้จะมีชื่อเสียงเกิดแก่วงศ์ตระกูล

 

 
15. แมวการเวก มีสีพื้นเป็นสีดำ มีแต้มขาวเฉพาะตรงสันจมูกเท่านั้น ดวงตาสีอำพัน เลี้ยงไว้จะมีโชคลาภและยศ

 

 
16. แมวจตุบท สีพื้นสีดำ มีแต้มขาวที่ขาและเท้าทั้ง 4 และแต้ม
ยาวตั้งแต่หน้าอกถึงท้อง ดวงตาสีเหลือง เชื้อพระวงศ์ฝ่ายราชินีเท่านั้นจึงควรเลี้ยง

 

 
17. แมวโกญจา สีดำสนิททั้งตัว (เฉพาะขน) ขนละเอียด หน้ายาว หางยางเรียว เท้าเหมือนเท้าสิงโต เวลาเดินท่าทางเหมือนสิงโต ดวงตาสีทองอ่อน ๆ เลี้ยงไว้จะมีอำนาจ

 

แมวร้ายให้โทษ 6 ชนิด

1.       ทุพลเพศ มี ขนสีขาว ดวงตาสีแดงดั่งโลหิตทาตาไว้ มีนิสัยไม่ดีชอบลักขโมยปลาไปกินทุกคำคืน ใครเลี้ยงไว้จะให้โทษไม่เป็นสุขเกิดความเดือดร้อนแรงผลาญ

 

 

2.       พรรณพยัคฆ์ หรือ ลายเสือ มีขนลายเหมือนเสือ ลักษณะขนเหมือนชุบด้วยเกลือกับแกลบ มีนัยน์ตาสีแดงเจือสีเปือกตม มีเสียงร้องเหมือนเสียงผีโป่งร้องอยู่ตามป่าเขา ถือว่าเป็นแมวให้โทษอีกชนิดหนึ่ง

 

 
3.       ปีศาจ เป็นแมวที่กินลูกตัวเอง ออกลูกมากี่ตัวกินหมด ลักษณะขนสาก ตัวผอม หนังยาน โบราณจัดเป็นแมวร้ายอย่านำมาเลี้ยงไว้

 
4.       หิณโทษ เป็นแมวนำมาซึ่งสิ่งเลวร้าย นำภัยพิบัติมาสู่บ้าน ใครเลี้ยงไว้จะไม่เป็นมงคล ออกลูกมามักจะมีลูกตายอยู่ในท้อง

 

 
5.       กอบเพลิง เป็นแมวที่ลึกลับชอบซ่อนตัวหลบหลีกผู้คน พอมันเห็นคนมันจะเดินหรือรีบวิ่งหนี ใครเลี้ยงไว้จะมีโทษถึงตัว

 

 
6.       เหน็บเสนียด มีลักษณะเหมือนค่าง ชอบเอาหางขดซ่อนไว้ใต้ก้นเสมอ มีรูปร่างพิกลพิการ อย่าเลี้ยงไว้ในบ้านจะทำให้เสียชื่อเสียงและเกียรติยศ

 

10 วิธีการที่แมวเหมียวบอกรัก

 

1. กระโดดนั่งตักคุณ แล้วก็ใช้หน้าถูกับตัวคุณ แมวส่วนใหญ่มักจะแสดงออกแบบนี้ เรียกว่าเป็นการแสดงออกแบบสากลก็ว่าได้
2. ส่งเสียงร้องเรียกคุณ “เมี้ยว เมี้ยว” เบา ๆ แล้วก็ทำหน้าอ้อน ๆ ทำตาหวานใส่แมวที่เรียบร้อยมักจะเป็นแบบนี้
3. กัดที่หน้าแข้ง หรือข้อศอกเบา ๆ เจ้าของบางคนจะไม่ชอบ และเข้าใจผิดว่าแมวดุ แต่จริง ๆแล้วเป็นการแสดงความรักของแมว
ระดับจ่าฝูงก็ว่าได้ เพราะพวกนี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น
4. นวดหลัง บางครั้งเมื่อคุณนอนอยู่จะเห็นว่าแมวจะขึ้นไปเดิน หรือเหยียบหลังคุณ ถ้าหากคุณรู้สึกพอใจมันก็จะทำบ่อย ๆเพื่อ
ให้คุณสบาย แมวพวกนี้จัดเป็นพวกไอคิวสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
5. หอมแก้ม บางครั้งเวลาอุ้มแมวจะถูกแมวหอมแก้ม อันนั้นมันบอกว่า ” รักคุณมากเลยหล่ะ ”
6. แมวใช้เท้าหน้าลูบหน้าคุณ หรือตบที่หน้าเบา ๆ ลักษณะนี้ก็เหมือนกับความรู้สึกเวลาคุณลูบหน้าคนที่คุณรักนั่นแหละ
7. ลูบหน้า แล้วก็ร้อง ๆ เบา ๆ มันบอกคุณว่า ” รักเจ้านายมากที่สุดในโลกเลย ”
8. แมวเอาตัวมาถูที่ขา แรง ๆ แล้วก็ร้องดัง ๆ อันนี้เป็นการแสดงออกว่ารัก ของแมวประเภทหัวโจกชอบโวยวาย
9. กระโดดเกาะที่หลังเวลาเจ้าของนั่งลง แมวขี้เล่น หรือแมวที่ซุกซน หรือแมวเด็ก ๆ มักจะแสดงออกแบบนี้ก็เหมือนกับเวลาที่
ตอนคุณเด็ก ๆ คุณก็อยากให้พ่อ อุ้มหลังขึ้นเหมือนกัน
10. มานอนซุกคุณเวลาคุณนอนหลับ อันนี้แสดงว่ารักมาก อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา แม้เวลาจะนอนหลับ

 

หางบอกอารมณ์

 

–  ถ้าหางม้วนห้อยลง แต่ส่วนปลายหางม้วนชี้ขึ้น แสดงว่าแมวตัวนี้กำลังรู้สึกสบายและผ่อนคลาย
–  ถ้าหางของแมวตั้งขึ้น แต่ปลายหางเอียง ไม่ว่าจะเป็นการเอียงไปข้างหน้า หรือข้างหลัง แสดงว่าแมวตัวนี้กำลังสนใจและมีความรู้สึกเป็น
มิตรต่อสิ่งที่สนใจ
–  ถ้าหางของแมวตั้งตรง โดยที่หาง หรือปลายหางกระดิก หรือสั้นอย่างนุ่มนวลแสดงว่าแมวกำลังแสดงความชอบ ความรัก
–  ถ้าหางของแมวนิ่ง แต่ปลายหางมีการกระตุกอย่างหนัก แสดงว่าแมวกำลังรู้สึกโกรธมาก
–  ถ้าหางของแมวสะบัดอย่างรุนแรงจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง แสดงว่าแมวกำลังโกรธ
–  ถ้าหางของแมวโค้งและขนตั้งชัน แสดงว่าแมวอาจจะตรงเข้าทำร้ายได้ ถ้ามีการกระตุ้นเร้าเพิ่มอีก
–  ถ้าหางของแมวทอดตัวต่ำลงและลุกพองออกแสดงว่าแมวกำลังกลัว
–  ถ้าหางของแมวลดตัวลงต่ำมาก บางครั้งอาจจะพบว่าซุกอยู่ระหว่างขาหลัง อาจจะแสดงว่าแมวกำลังยอมแพ้
–  ถ้าหางของมันยกขึ้นเล็กน้อยและม้วนเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล แสดงว่าแมวตัวนี้กำลังรู้สึกเริ่มที่จะสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
–  ถ้าหางตั้งตรงและปลายหางตั้งตรงในแนวดิ่ง แสดงว่าแมวกำลังมีอารมณ์ดี รู้สึกเป็นมิตร เมื่อได้พบกัน
–  ถ้าหางของแมวอยู่นิ่งๆ แต่จะมีการกระตุกเป็นครั้งคราว แสดงว่าแมว รู้สึกว่าถูกรบกวน หรือมีความกังวล ทุกข์
–  ถ้าหางแมวเหยียดตรงชี้ขึ้น แต่ขนที่หางลุกชัน แสดงว่แมวกำลังดุร้ายก้าวร้าว
–  ถ้าหางของแมวทอดตัวอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง และแมวหมอบ หรือย่อตัวอยู่ หรือยกส่วนตะโพกสูงขึ้น แสดงว่าแมวตัวเมียตัวนั้นพร้อมที่จะรับการผสมพันธุ์

 

Previous Older Entries